บทสัมภาษณ์นักแสดงจากซีรีย์ยอดนิยม “Cheese in the trap”

Cheese in the trap

Cheese in the trap

Chees in the trap หากปราศจาก ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin) ก็คงจะเปลี่ยนไป การรับบทครั้งนี้ของเขาเป็นที่ฮือฮาและเกิดความคาดหวังสูงกันไปทั่ว ทั้งแฟนคลับเดิมจาก webtoon และแฟนๆที่รอชมซีรี่ย์เรื่องนี้สิ่งแรกที่ถูกหยิบยกมาพูดมากที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเขาเอง เพราะเขามีบุคลิกที่เหมือนกับยูจองใน webtoon ชนิดที่ไม่รู้ว่าตอนผู้เขียนเขียนเรื่องนี้กำลังนึกถึงหน้าและบุคลิกของเขารึเปล่า นอกจากนี้ลักษณะของยูจองยังเป็นบุคลิกที่ซับซ้อนซึ่งทำให้ต้องการนักแสดงที่มีประสบการณ์การแสดง รวมถึงความสามารถสูงมาถ่ายทอดอารมณ์โดยที่จะต้องทำให้รู้สึกถึงความโรแมนติกและความน่ากลัวในคนๆเดียวกัน มันก็คงจะไม่แปลกเลยถ้าเขาจะบอกว่า นี่เป็นบทที่ยากที่สุดสำหรับเขา ตั้งแต่เล่นละครมาเลย

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

แค่การแต่งตัวและหน้าตาเหมือนกับคาเร็ตเตอร์ใน webtoon ไม่ได้ทำให้การสวมบทบาทนั้นสมบูรณ์เลยแน่นอน เฮจินรู้สึกเป็นกังวลและแสดงออกถึงความประหม่าในช่วงแรกที่ทุกคนต่างโฟกัสไปที่เรื่องของภาพลักษณ์และหน้าตาเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ webtoon เรื่องนี้เกิดขึ้นโดนตรงกับ คิม โก อึน ซึ่งรับบทเป็น ฮงซอล ในตอนที่ประกาศรายชื่อนักแสดงออกมา ปาร์คแฮจิน ได้รับการต้อนรับอย่างดีเนื่องจากเขาเหมาะสมอย่างไม่มีใครกล้าคัดค้าน แต่คิมโกอึน ไม่ใช่อย่างนั้น เธอต้องพบกับคำวิพากษ์วิจารณ์มากมายเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเธอ

ปาร์คแฮจิน บอกว่า “ผมรู้สึกแย่กับมันนะครับ เพราะโกอึนเป็นฮงซอลได้ดีมากๆ แต่ยังไงก็ตามน้องเค้าก็คงรู้สึกแย่กับคำวิจารณ์เหล่านี้(เรื่องหน้าตา) แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงออกมาให้พวกเราเห็นเลย
แต่ภายในใจก็คงจะอดรู้สึกเสียใจกับอะไรแบบนี้ไม่ได้ ตอนนี้เราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะต้องทำงานให้หนักขึ้นเท่านั้นครับ”

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ปาร์คแฮจินไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากชื่นชมโกอึนแล้วบอกว่า
เขามั่นใจว่าคำวิจารณ์ในทางลบเหล่านั้นอีกไม่น่าจะเปลี่ยนเป็นทางบวกแน่นอน ซึ่งมันเกิดขึ้นจริงตามที่เขาพูดนอกจากนี้เฮจินกังวลนิดหน่อยเนื่องจากโกอึนไม่มีประสบกาณ์ในการเล่นซีรี่ย์ มาก่อนเลย
เพราะการแสดงภาพยนต์กับซีรี่ย์นั้นทำงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

แต่พอเวลาผ่านไปตอนนี้เขาบอกได้คำเดียวว่า
“ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว”
“การแสดงของโกอึนเป็นธรรมชาติมากเหมือนน้องเขาผ่านการเล่นซีรี่ย์มาหลายเรื่องแล้ว
ผู้กำกับก็พูดเหมือนกันว่าโกอึนไม่ต้องพยายามที่จะแสดง แต่โกอึนคือฮงซอล เวลาที่พวกเราแสดงด้วยกัน โกอึนเล่นดีมากและทุกๆการกระทำมันคือการกระทำของฮงซอลไม่ใช่โกอึนน้องเขาเป็นนักแสดงที่ดีมากๆ แล้วผมก็ดีใจมากๆที่ได้ร่วมงานกับโกอึน”
“คุณจะรับรู้ได้จากการดูซีรี่ย์ โกอึนแสดงออกมาได้ธรรมชาติมาก การแต่งตัวของเขาก็เหมือนกัน
เหมือนกับน้องเขาแต่งตัวแบบนี้อยู่แล้วในชีวิตของเขา มันเหมาะกับเขามาก ถ้าฮงซอลเป็นคนจริงๆ ก็คงเป็นแบบนี้ ซึ่งผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ถึงขั้นนั้นเลย เทียบไม่ได้”

ปาร์คแฮจินเสริมว่า “จริงๆแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับ ตอนที่แคสตัวละคร ผมกังวลและอยากรู้ว่าใครจะมารับบทฮงซอล ลองเข้าไปดูในเว็ปที่เขาคุยกันและแลกเปลี่ยนว่าใครควรจะได้เป็น ผมก็แอบๆคิดไว้สองสามคนนะ ดูไปดูมาเห็นโกอึนผมก็ เฮ้ย คนนี้นี่ถูกต้องเลย ฮงซอลมากๆ ก็ลองไปดูคนอื่นต่อก็ให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป รู้สึกว่าเขาก็อาจจะเป็นฮงซอลได้นะ แต่รับประกันว่าไม่ใช่ฮงซอลที่ดีที่สุด ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าน้องเขามาได้รับบทนะครับ แต่จากใจจริงเลยคิดว่าแคสนักแสดงที่ได้มาคือสุดยอดที่สุดแล้ว”

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ปาร์คแฮจินถูกถามว่า อะไรที่เขากังวลมากที่สุดเมื่อตอนได้รับเสนอบทนี้
“ผมแก่กว่า คังจุน(อึนโฮ) 10 ปี และแก่กว่า จูฮยอก(อึนแทค) 11 ปี ตอนนั้นผมก็อดคิดไม่ได้ว่ามันต้องมีช่องว่างระหว่างวัยแน่ๆเลย ฮ่าๆ แต่พอเจอจริงๆก็ไม่เลยครับ ไม่ได้จะบอกว่าตัวเองเด็กนะ แต่แค่ไม่มีช่องว่างเฉยๆ อีกอย่างที่กังวลคือ ผมจะทำยังไงถ้าเกิดว่าคังจุนรู้สึกไม่สบายใจเรื่องที่ผมเป็นรุ่นพี่แก่กว่า จะทำให้เขาลำบากใจมั้ย เพราะบทของเราสองคนออกไปในทางทะเลาะ พูดจาไม่สุภาพ ต้องแสดงอารมณ์ก้าวร้าวใส่กัน ก็เป็นโชคดีที่ว่าพอเราเล่นบทคังจุนก็ใส่มาเต็มไม่มีความกังวลนั้น แล้วถ้าเกิดว่ามันพลาดหรือว่าไม่ผ่าน คังจุนมักจะขอโทษผมที่ต้องพูดไม่ดีด้วยซึ่งตามบท ซึ่งพอเข้าบททีไร เขาก็กลับไปเป็นอึนโฮที่หยาบคายใส่ผม เหมือนพวกเราทะเลาะกันจริงๆ ฮ่าๆ”

แล้วกับนักแสดงผู้ชายคนอื่นๆล่ะ?
“พวกเราไม่ค่อยพูดอะไรกันเกี่ยวกับกระแสในอินเตอร์เน็ตหรือว่าข่าวอะไรเลย คือพื้นฐานของผู้ชายไม่ค่อยพูดอะไรทำงองนี้ครับ ฮ่าๆ พวกเราไม่พูดเรื่องรายละเอียดหรือว่าอะไรเล็กๆน้อยๆด้วย ขนาดเรตติ้งที่ถือว่าเรื่องใหญ่พวกเรายังไม่คุยกันเลย ไม่ใช่เพราะว่าพวกเราไม่สนิทกันนะ แต่มันเป็นเพราะว่าพวกเราสนิทกันเกินกว่าจะต้องมาพูดเรื่องงานต่อหน้ากัน แล้วพวกเราก็โฟกัสอยู่กับคาเรคเตอร์ของพวกเราแค่นั้นครับ ผมมีฉากกับคังจุนเยอะแต่ไม่ค่อยมีฉากกับจูฮยอกเท่าไหร่ ไปๆมาๆกลายเป็นว่าผมกับเขา(จูฮยอก) พวกเราเป็นคนบ้านเดียวกันครับ มาจากยองโด ปูซาน”

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

การที่เป็นผู้ชายวัยสามสิบกว่าๆแล้วต้องมาเล่นเป็นเด็กมหาลัยวัยยี่สิบกว่าๆ?
“ผมรู้สึกว่า เรื่องอายุนี่ผมไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ ฮ่าๆ ถึงแม้จะพยายามปิดบังริ้วรอยแต่คนดูก็เห็นชัดอยู่แล้วแหละครับ ฮ่าๆ เวลาผู้กำกับบอกว่า หรือว่าเราควรจะหานักแสดงที่เด็กกว่านี้นะ สำหรับฉากช่วงมัธยมปลาย ผมก็ตอบไปเลยนะว่า เดี๋ยวแสดงเอง แต่ตอนนี้ก็แอบเสียใจนิดหน่อยแล้วแหละ มันแอบ…ไปเยอะเลย ฮ่าๆ”

“ซีรี่ย์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ซีรี่ย์ที่สามารถทำออกมาได้ดีได้เฉพาะจากแค่การแสดงเท่านั้น การมีต้นฉบับเป็นการ์ตูนทำให้เนื้อเรื่องมันมีพลังมากๆ ทั้งในทางบวกและลบ ผู้คนจะมีภาพจากการ์ตูนมาอยู่แล้วซึ่งแต่ละคนก็จิตนาการไปในแบบของตัวเอง ในขณะที่พวกเราจะต้องทำออกมาให้เหมือนกับต้นฉบับมากที่สุดโดยไม่ใช่แค่การก๊อปปี้เอามาแสดงธรรมดา แต่จะต้องพัฒนาเป็นฉบับซีรี่ย์ด้วย ผมกังวลว่าพวกเราจะสามารถแสดงออกมาในแบบที่เป็นตัวเองจากต้นฉบับได้มั้ย นั่นคือสิ่งที่ท้าทายมากครับ”

ปาร์คแฮจินยกตัวอย่างอธิบายเกี่ยวกับการเตรียมตัวที่เขาต้องรับบทยูจอง
“ผมพยายามเข้าหายูจองจากสิ่งที่พื้นฐานที่สุดก่อน ตอนแรกผมเข้าใจว่าเขาเป็นคนที่ชอบวางแผน
คิดคำนวนการกระทำของคนอื่น เย็นชาอะไรทำนองนี้ แต่พอได้รู้จักเขาไปเรื่อยๆ ผมกลับรู้สึกว่ามันคนละเรื่องเลย เขาเป็นคนตรงไปตรงมาและใสซื่อมากๆ เหมือนกับเด็กคนนึงที่ชอบเล่นอะไรแบบยุติธรรม ถ้าเกิดเขาถูกตี เขาจะตีกลับ ดังนั้นเวลาที่ใครๆทำอะไรผิดใส่เขา เขาก็จะทำคืนโดยไม่ได้คิดถึงข้อเสียว่าเขาจะได้รับผลอะไรกลับมาจากการกระทำนั้น มันเหมือนกับ กระจก การตอบรับแบบสะท้อนกลับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาชอบซอลจริงๆนะ เพราะฉะนั้นเวลาเขาอยู่ต่อหน้าซอลเขาเลยยิ้มได้อย่างบริสุทธิ์และเป็นคนตรงไปตรงมา เหมือนเด็กผู้ชายวัยรุ่นมีความรักคนนึง”

cheesecast_1ปาร์คแฮจินอธิบายถึงการลดน้ำหนักมากมายของเขาในการเล่นละคร
เรื่องที่ต้องลดเรื่องแรกคือตอนที่เขารับบทในเรื่อง My Daughter Seo-yeong และต้องลดน้ำหนักอีกเพื่อละครเรื่อง You who came from the star แค่นั้นไม่พอยังลดน้ำหนักอีกเพื่อให้ใส่สูทแล้วดูเป็นคนฉลาด เฉียบแหลมในเรื่อง Doctor Stranger และที่ลดหนักสุดคือเรื่อง Bad Guys เพื่อให้ดูโรคจิต ในขณะที่ Cheese in the trap เป็นเรื่องแรกที่อนุญาตให้เขาทำงานตามที่หุ่นปกติของเขาจนประมาณกลางๆเรื่องเพราะว่าเรื่องนี้ถ่ายทำแบบล่วงหน้าก่อนออนแอร์ครึ่งเรื่อง ทำให้มีเวลาในการทำงานมากและตารางไม่ได้ฟิตจนเกินไป ปาร์คแฮจินรู้สึกว่าเขาเริ่มดูผอมในตอน 3-5 หลังจากที่เขาเริ่มลดน้ำหนักนิดหน่อย แต่มันก็เห็นได้ไม่ค่อยชัดมาก แต่มันจะเห็นชัดมากๆตั้งแต่ตอนที่ 12 เป็นต้นไป เพราะตารางงานที่เริ่มแน่นขึ้น

พูดถึงเรื่องแฟชั่นของยูจองหน่อย
“ยูจองเขาไม่ใช่คนที่อยากจะโดนเด่นออกมาจากคนอื่น เขาเด่นโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำ
เขารวยแล้วเพื่อนๆก็ชอบเขา มันคงจะดูไม่ค่อยเข้าเท่าไหร่ถ้าเกิดว่าเขาแต่งตัวแฟนชั่นจัดมากๆ
แม้ว่าเขาจะเป็นคนดังในมหาลัยก็ตาม เขาก็เลยเลือกที่จะแต่งตัวแบบธรรมดา สีพื้น
และทำให้มันดูแตกต่างในแบบของเขาเอง ไม่ว่าจะด้วยเนื้อผ้า โทนการแต่งตัวหรือว่าสีเสื้อ บนคอนเซปของความเรียบหรู”

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ปาร์คแฮจิน(Park Hae Jin)

ช่วยอธิบายความความแตกต่างระหว่างซีรี่ย์ช่องใหญ่กับช่องเคเบิ้ล
“ถ้าเกิดว่าคุณได้อ่านสคริปของซีรี่ย์ช่องใหญ่จะพบว่าบางฉากโดนยืดออกแล้วบางฉากก็โดนตัดออกมันผสมๆกัน ถ้าเกิดว่าทุกฉากโดนยืดผมคิดว่ามันทำให้คนดูเบื่อนะ ส่วนช่องเคเบิ้ลนี่ทุกอย่างกลับกันหมดเลย ทุกๆฉากจะต้องเข้มข้นและไม่มีการยืดออก มันจะเป้นไปตามสคริป ถ้าเกิดว่าคุณปล่อยให้คนดูเหลือบตาไปมองนาฬิกา และทำให้พวกเขากดเปลี่ยนช่องนะ นั่นจบเลย สำหรับผมแล้ว มาตรฐานในการทดสอบความสนุกของซีรี่ย์คือ จำนวนครั้งที่ผมมองนาฬิกาในขณะที่ดูซีรี่ย์เรื่องนั้นถ้ามันสนุกคุณจะไม่มีเวลาแม้แต่คิดจะมองนาฬิกา”

ปาร์คแฮจินสารภาพว่าบางทีเขาก็ไม่เข้าใจการกระทำของจองในบางฉากเลยว่าทำไมต้องทำแบบนี้ พร้อมกับเสริมว่า
“ตอนที่เรา(เขาและโกอึน) เข้าฉากแสดงด้วยกันนะ ผมก็บอกโกอึนว่า เออถ้าพี่เป็นผู้หญิง พี่จะไม่ชอบตัวเองเลย(จอง) ฮ่าๆ แล้วน้องก็บอกกับผมว่า เหมือนกันเลย ไม่ชอบเหมือนกัน”

ซอคังจุน (Seo Kang Joon)

ซอคังจุน (Seo Kang Joon)

ซอคังจุน (Seo Kang Joon) ในบท แพคอินโฮ เพื่อนรักเก่าของจอง และนักเปียโนที่สูญเสียความฝันไปในเริ่มต้นมีหลายคนกังวลเกี่ยวกับฝีมือการแสดงของเขาว่าจะสามารถกลับมาเป็นตัวเองได้หรือไม่ รอบนี้ไม่รู้ว่าจะต้องชมใครกันแน่ระหว่างผู้กำกับหรือนักแสดงที่สามารถทำให้คังจุนแสดงออกมาได้ดีและเป็นตัวเองมากขึ้นมากๆ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เขาพยายามพัฒนาตัวเองอย่างมาในช่วงเวลาที่ผ่านมา

คังจุนบอกว่า “ในตอนแรกแฟนๆก็กังวลครับ เมื่อได้เห็นแคสติ้งและผมก็อ่านเกี่ยวกับเสียงตอบรับ
ผมยอมรับว่ารู้สึกไม่มั่นใจเลยว่าสามารถจะทำมันออกมาได้ดีมั้ย ความเห็นส่วนมากมันออกมาในแง่ลบว่า“ทำไมตานี่ถึงกลายเป็นแพคอินโฮได้? หรือไม่ว่าจะเป็น “ไม่เห็นที่เขาแสดงใน Hwajung หรอ?” ผมไม่มั่นใจเลยว่าควรจะทำยังไงดีกับเสียงตอบรับเหล่านี้ มันเป็นช่วงที่ผมกลัวที่จะวาดภาพตัวเองเป็นแพคอินโฮมาก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีที่คนดูชอบในการแสดงของผมครับ”

ซอคังจุน (Seo Kang Joon)

ซอคังจุน (Seo Kang Joon)

“ผมคิดว่าผมพยายามพัฒนาตัวเองขึ้นจากตอนแสดงเรื่อง Hwajung มาก ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแสดงดีเลย และพยายามศึกษาจากรุ่นพี่คนอื่นๆและจากการดูซีรีย์ ผมคิดว่าผมแสดงไม่เก่ง แต่พยายามจะปรับปรุงมันแล้วก็รู้สึกดีใจที่คนดูเริ่มยอมรับผมมากขึ้น”

หลายคนบอกว่า การถ่ายละครตุนไว้ก่อนออนแอร์เป็นระแบบที่ดี ซึ่ง Cheese in the trap สามารถทำตารางงานออกมาได้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ“ผมชอบนะ ที่เราได้ถ่ายก่อนออนแอร์ มันเป็นเรื่องของบรรยากาศด้วยครับ ในตอนที่พวกเราถ่ายทำกัน ผมสามารถที่จะบอกผู้กำกับได้ว่า “ผมขอลองใหม่อีกครั้งได้มั้ยครับ” ถ้าผมรู้สึกว่าการแสดงของผมในฉากนั้นมันยังรู้สึกว่าไม่โอเค เพราะเรายังมีเวลา
ทำให้ผมคิดว่าซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นโปรเจคที่ผมจะไม่เสียใจเลยหลังจากที่ได้ดู แม้ว่าจะยังไม่เก่งอยู่ก็ตามนะครับ ฮ่าๆ แต่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกไม่เสียใจเลยกับสิ่งที่แสดงออกไป”

“สิ่งที่ยากสำหรับละครที่ถ่ายก่อนคือ คุณจะไม่มีวันรู้เสียงตอบรับจากคนดูเลยในการแสดงนั้น
แต่มันก็มีข้อดีของมันในการที่เราสามารถทำออกมาได้ดีที่สุดเพราะมีเวลาเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมชอบการถ่ายเก็บไว้เพราะมันไม่ทำให้ผมสติแตกจากการที่มีเวลาถ่ายทำเพียงนิดเดียวผมสามารถโฟกัสและดึงสิ่งที่อยู่ภายในออกมาได้”

ซอคังจุน (Seo Kang Joon)

ซอคังจุน (Seo Kang Joon)

บทอึนโฮเป็นยังไง?
“ผมไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้จากเว็ปตูนเลย ผมพยายามจะดึงนิสัยของแพคอินโฮออกมาจากตัวเองมากกว่าตอนอ่านสคริป ผมพยายามนึกว่า ถ้าเป็นผมผมจะแสดงออกยังไงกับเหตุการณ์แบบนี้
หรือว่าผมจะแสดงออกยังไงถ้ารู้สึกโกรธ ผู้กำกับบอกกับผมว่า ผมพยายามมากเกินไป
พอได้ยินแบบนั้นก็ทำให้ผมได้คิดว่า อินโฮเป็นคนที่ไม่มีข้อจำกัดสามารถปลดปล่อยได้เต็มที่ ผมก็เลยเริ่มที่จะเอาตัวเองไปหลอมให้เขากับนิสัยของเขาซึ่งก็ทำให้ผมทำได้ดีขึ้นมาก มันช่วยผมได้มากจริงๆครับ”

ปาร์คมินจี(Park Min Ji)

ปาร์คมินจี(Park Min Ji)

ปาร์คมินจี(Park Min Ji) เหมือนจะเป็นนักแสดงหน้าใหม่สำหรับใครหลายๆคน แต่จริงๆแล้วถ้าจำได้ เธอเคยเล่นภาพยนต์เมื่อ 11 ปีที่แล้ว และเป็นนางเอกด้วยในเรื่อง Jenny,Juno เกี่ยวกับเด็กวัยเรียนที่ตั้งครรภ์ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุ 16 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งตอนนั้นเธอได้รับคำชมและได้เสียงตอบรับไปในทางดีมากจนกระทั่งในปีนี้เธอได้รับการเสนอบทจากเรื่อง Cheese in the trap.

มินจีบอกว่า เธอรู้จักโกอึนอยู่ก่อนแล้วจากการแสดงหนังร่วมกันในเรื่อง Grandmother Gye-choon
ซึ่งทำให้สามารถแสดงบทเพื่อนสนิทกันได้อย่างไม่ยากเลย มินจียังพูดถึงจูฮยอกด้วยว่า เขาเป็นคนขี้เล่นแล้วก็เข้าถึงได้ง่าย เพราะฉะนั้นไม่ยากเลยที่จะสนิทและรู้สึกสบายใจด้วยเวลาเข้าฉากด้วยกันบางทีก็พูดนอกบทบ่อยเพราะมันรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก

ปาร์คมินจี(Park Min Ji)

ปาร์คมินจี(Park Min Ji)

มินจีเสริมว่า “ในสคริปบางทีก็เขียนไว้นิดเดียว ตอนแสดงสคริปเหมือนเป็นแค่แนวทางในการดำเนินไปของเรื่อง ส่วนบทพูดบางทีพวกเราก็หลุดกันเอง หลายอย่างเปลี่ยนไปตอนแสดงแล้วมันก็ออกมาเหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อนจริงๆ มันไม่น่าเชื่อเลยที่ผู้กำกับชอบตอนฉากที่โบรากับอึนแทคเถียงกันเอง
มันมีหลายฉากค่ะที่พวกเราพูดกันเองจากอินเนอร์ อย่างเช่นตอนแรกเลยที่ซอลมาเรียนสาย ฉากนั้นแหละ จริงๆแล้วเนี่ย โบราจะต้องสัญญาว่าจะจูบแล้วทำเป็นลืมมันไป ส่วนอึนแทคก็อยากจะจูบโบราตรงๆ ฉันเปลี่ยนมันเป็นรู้ว่าเขาอยากจะจูบฉันตรงๆนะ แต่ตบกลับแทนจูฮยอกก็แสดงออกมาว่าเขาผิดหวังกับมันจริงๆเขาบอกว่าเขาจะพยายามเป็นอึนแทคที่ดีที่สุดเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียใจค่ะ”

นักแสดงทุกคนในกองนี้ต่างก็ให้ความนับถือและยกย่องผู้กำกับมากๆ มินจีเองก็เหมือนกัน
“ผู้กำกับเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับทุกๆตัวละครค่ะ เทียบกับหนังนะคะ ในละครเนี่ยผู้กำกับจะไม่สามรถกำกับดีเทลได้เท่ากับผู้กำกับหนัง มันทำให้บางทีเราก็รู้สึเหมือนสู้อยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครช่วยแต่กับผู้กำกับลี เขาให้ความสำคัญกับทุกคนมากจริงๆไม่ใช่แค่กับนักแสดงหลัก แต่กับนักแสดงทุกๆคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่อง ทุกๆฉากเลย ทุกคนที่อยู่ในฉาก โผล่อยู่ในกล้องจะต้องผ่านอย่างเช่น บางทีผู้กำกับชอบพูดว่า ในฉากนี้ ลองคิดเพิ่มสิว่าจะรู้สึกยังไง ถ้าเป็นเราเราจะทำยังไง ผู้กำกับให้โอกาสพวกเรามากจริงๆค่ะ”

“ตอนที่ฉันอ่านเว็ปตูน ก็ตกใจนิดหน่อยกับนิสัยของโบราค่ะ เพราะว่าโบราเป็นไปได้หลายทางมาก
ผู้กำกับปล่อยให้เราใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปในตัวละครด้วยเพื่อให้สร้างสีสรรมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นค่ะ แล้วก็สามารถถ่ายทำออกมาได้ดีเพราะรู้สึกว่าจริงๆโบราก็คือฉันเนี่ยแหละค่ะ”

“นิสัยและต้นฉบับคาแร็คเตอร์มาจากเว็ปตูน ทำให้มีหลายอย่างที่ไม่สามารถพูดหรือว่าแสดงออกมาในความเป็นจริงได้สำหรับตัวฉันเองเพื่อที่จะแสดงออกฉากนั้นออกมาให้ใกล้เคียงในการ์ตูนมากที่สุดฉันจบด้วยการเพิ่มบทเองไปเลยค่ะ ฮ่าๆ แล้วก็ผูกตัวเองกับโบราไปเลยก็แอบรู้สึกว่าถ้าให้เล่นอีกก็คงทำไม่ได้อีกแล้ว”

พูดถึงการถ่ายทำล่วงหน้าทำให้คนคาดหวังประสิทธิภาพไว้สูง คิดว่าอย่างไร
“ฉันไม่ได้กังวลเรื่องที่จะโดนวิจารณ์จากโซเชียลหรือว่าคอมเม้นเท่าไหร่ค่ะ พวกเราตั้งใจถ่ายทำแล้วก็อยากให้ทุกอย่างออกมาดี สุดท้ายก็ต้องขอบคุณมกาๆที่ทุกคนชอบมันแล้วก็มีเสียงตอบรับที่ดีมากๆตั้งแต่ตอนแรกที่ออนแอร์

ปาร์คมินจี(Park Min Ji)

ปาร์คมินจี(Park Min Ji)

อึนแทคเป็นยังไง?
“เขาเป็นผู้ชายในอุดมคตินะคะ ใจดี ถึงแม้จะเป็นรุ่นน้อง แต่ก็ทำให้รู้สึกสบายใจเหมือนเพื่อน แล้วเขาก็ชอบฉันมากๆเลยด้วย ฮ่าๆ”

แล้วทำมโบราถึงไม่เดทกับเขาล่ะ?
“โบราอาจจะดูเป็นคนกระด้างๆในภายนอกนะคะ แต่ว่าจริงๆแล้วลึกไปเขาเป็นคนเซนซิทีฟมาก แล้วก็กลัวว่าถ้าเกิดไปเดทกับอึนแทคเนี่ยอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและอึนแทคเปลี่ยนไป
จริงๆฉันคิดว่าโบราควรจะรวบรวมความกล้าแล้วก็คว้าอึนแทคไว้เลยนะ เหมือนโบราเยอะว่า ไหนๆตอนนี้พวกเราก็มีความสุขมากอยู่แล้ว ทำไมต้องไปหาเรื่องที่อาจจะทำให้เลิกกันในอนาคตด้วยทำนองนี้ค่ะ แล้วโบราก็ไม่ได้ต้องการมีแฟนอะไรขนาดนั้น เธอเลยดีไซน์ความสัมพันธ์ออกมาในลักษณะนี้”

คนดูบอกว่าโบราดูเสียดายนะที่ต้องคอยผลักไสให้อึนแทคไปไกลๆ
“ฉันก็เสียดายค่ะ ฮ่าๆ ในเรื่องการเดทเนี่ย ฉันกับโบราเราสองคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
สำหรับฉันเนี่ย แทนที่จะมานั่งกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันเชื่อความรู้สึกในตอนนี้ของตัวเองมากกว่า ในขณะที่โบราเนี่ย ไม่ได้ไม่ชอบอึนแทคนะ แต่โบรากังวลมากเกินไปเกี่ยวกับอนาคตว่าความสัมพันธ์จะไปในทิศทางไหน”

คิมฮีชาน(Kim Hee Chan)

คิมฮีชาน(Kim Hee Chan)

สุดท้ายกับ คิมฮีชาน(Kim Hee Chan) หรือ น้องชายสุดน่ารักของฮงซอล ฮงจุน
“ผมมีความสุขมากนะครับที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่อง Cheese in the trap ได้ดูผลงานกำกับของผู้กำกับลีก่อนหน้านี้แล้วรู้สึกว่าเป็นเกียรติมากที่ได้มาแสดงเรื่องนี้ ผมรู้สึกโชคดีเป็นพิเศษที่ได้แสดงบทที่อายุใกล้เคียงกับตัวเอง มันสนุกมากครับ เพราะว่านักแสดงทุกคนอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน แล้วทุกคนก็ดูแลผมดีมาก ไม่ว่าจะเป็น จูฮยอก คังจุน หรือว่า พี่โกอึน แล้วก็ พี่เฮจิน ทุกๆคนตั้งใจทำงานกันมากจริงๆ แล้วผมก็ดีใจที่ได้รู้จักทุกๆคนครับ”

คิมฮีชาน(Kim Hee Chan)

คิมฮีชาน(Kim Hee Chan)

ได้ข่าวว่าตอนแรกไม่ได้จะมาแสดงเป็นจุนหรอ?
“ตอนแรกผมมาออดิชั่นเขาลองให้ผมอ่านบทของยองกนแล้วก็อินโฮครับ ผมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้เล่นบทจุน ฮ่าๆ ส่วนตัวผมอยากเล่นบทยองกนมากเลยนะ เขาเป็นตัวละครที่มีอะไรน่าสนใจมากๆ ว่าทำไมถึงพฤติกรรมแบบนี้แล้วควรจะแสดงออกยังไง มันเลยทำให้ผมสนิทกับรุ่นพี่ยุนโฮ(ยองกน) มากๆ อาจจะเป็นเพราะผมอยากเล่นบทเขาน่ะครับ ฮ่าๆ”

การได้มาเล่นซีรี่ย์กระทบอะไรกับชีวิตจริงบ้างมั้ย?
“ตอนนี้ก็ยังนะครับ ผมยังสามารถขึ้นรถเมลล์อะไรได้ปกติ เพราะยังไม่ค่อยมีคนจำผมได้ขนาดนั้ครับ”

Cheese in the trap - ซีรีย์เกาหลี Cheese in the trap – ซีรีย์เกาหลี

ที่มา http://m.pantip.com/topic/34778247 เรียบเรียงโดย korea.tlcthai.com – นำไปใช้กรุณาให้เครดิตด้วย

 

รวมข่าวบันเทิงเกาหลี Korean Entertain News
- 2016-02-12 4:45:19 โพสต์โดย : Ah Jong คนดู 3,569 คน

คลิกติดตามข้อมูลข่าวสารของทางเว็บไซต์ได้ที่ FANPAGE