แฟนคลับเดือด! นักร้องแร๊ป B Free กล่าวโจมตีบอยกรุ๊ป BTS!

 

BTS

BTS

นักร้องแร๊ป B Free (บีฟรี) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากและเรียกได้ว่า ‘มากคุ้มค่า’ กว่าที่เขายอม ‘เสี่ยง’ ไปเสียอีก เมื่อเขากล่าวโจมตีตรงไปยังนักร้องแร๊ปของวงบอยกรุ๊ป BTS (บังทันบอยส์) อย่าง Rap Monster (แร๊ปมอนสเตอร์) และ Suga (ชูก้า)!

ก่อนหน้านี้ B Free และ BTS ได้ไปร่วมงาน ‘Kim Bong Hyun’s Hip Hop Invitational 1st Anniversary Broadcast‘ ที่จัดขึ้นที่คาเฟ่ต์แห่งหนึ่งใน Mapogu ณ กรุงโซล เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ตามการรายงานนั้นบอกว่า จากการที่มีแฟนกลุ่มแฟนคลับมารวมตัวกันอย่างมากมายและมีแฟนคลับของ BTS ถ่ายภาพของไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบกัน จึงทำให้นักร้องแร๊ปใต้ดินบางส่วนเริ่มต้นที่จะแสดงความคิดเห็นกันอย่างขบ ขันเกี่ยวกับการที่มีไอดอลมาปรากฏตัวในงานด้วย ซึ่งสุดท้ายก็ทำให้ ‘บานปลาย’ กลายเป็นการโต้เถียงกันระหว่าง ‘ไอดอลร้องแร๊ป’ กับ ‘นักร้องแร๊ป’

การโต้เถียงกันส่วนมากจะเกิดขึ้นระหว่างนักร้องแร๊ป B Free และสมาชิกในวง BTS ซึ่งถึงแม้เหตุการณ์จะเริ่มต้นอย่างสนุกสนานเบาสมอง แต่มันก็กลับกลายเป็นเริ่มตึงเครียดมากขึ้นทีละนิดไปเรื่อยๆ จากการที่ B Free ใช้คำถามที่ตอบได้ยากพุ่งตรงโจมตีไปที่กลุ่มบอยกรุ๊ป BTS

คลิปวิดีโอด้านล่างนี้เริ่มต้นจาก ‘การพูดแหย่เล่นกันเบาๆ’ เกี่ยวกับว่า ‘ไอดอลร้องแร๊ป’ และ ‘นักร้องแร๊ป’ นั้นจะคิดรวมว่าเป็นพวกฮิพฮอพแบบเดียวกันได้หรือไม่ หลังจากที่พูดคุยกันอยู่สักพักกับนักร้องแร๊ปคนอื่นๆที่ไปปรากฏตัวในงาน พิธีกรที่ดูเหมือนอยากจะได้ความคิดเห็นจากทุกๆคนที่ไปร่วมงานจึงถามกับ BTS ว่าพวกเขาคิดอย่างไรเมื่อมีผู้คนตั้งคำถามขึ้นว่า ไอดอลกับฮิพฮอพนั้นเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้หรือไม่!?

Rap Monster (แร๊ปมอนสเตอร์) และ Suga (ชูก้า)

Rap Monster (แร๊ปมอนสเตอร์) และ Suga (ชูก้า)

Rap Monster จึงเริ่มต้นตอบคำถามว่า “ผมเข้าใจเวลาที่ผู้คนคิดถึงไอดอล พวกเขาจะคิดเกี่ยวเรื่องการแต่งหน้าและเครื่องแต่งกาย แต่ด้วยความสัตย์จริง ถ้าหากคุณฟังเพลงจากตัวอัลบั้มของพวกเรา อัลบั้มของพวกเรานั้นเป็นฮิพฮอพอย่างมาก” ในเรื่องนี้ นักร้องแร๊ปในงานอีกคนหนึ่งจึงแสดงความคิดเห็นว่า “ฮิพฮอพนั้นไม่ใช่เป็นเพียงชื่อของแนวเพลง มันยิ่งใหญ่กว่านั้น ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันเป็นเหมือนกับ ‘อัลบั้มแร๊ป’ มากกว่าการเป็นฮิพฮอพ [หมายถึงอัลบั้มของ BTS]“ B Free พูดเพิ่มว่า “มันเป็นเพียงอัลบั้มที่มีการร้องแร๊ปเท่านั้น” Rap Monster จึงตอบอย่างสุขุมใจเย็นว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่พวกนักร้องแร๊ปพยายามจะพูด จากการที่เขาก็มีประสบการณ์ในวงการใต้ดินเหมือนกัน เขาอธิบายว่าเขาเข้าใจในมุมมองของทั้งนักร้องแร๊ปและไอดอล และยังพยายามที่จะคิดหาวิธีการที่จะทำให้มันสมดุลกันด้วยตัวของเขาเองอีกด้วย

จากนั้นบทสนทนาก็ข้ามไปยังเรื่อง ‘ความเป็นลูกผู้ชายของฮิพฮอพ’ ในเรื่องการแต่งหน้าแต่งตัวขึ้นเวทีกับเรื่องความเป็นธรรมชาติลูกผู้ชาย เมื่อพิธีกรพูดแสดงความคิดเห็นว่า “ดังนั้นเมื่อตอนที่คุณใช้ ‘boonjang’ (การแต่งหน้าหรือการปลอมตัวเพื่อการแสดงบนเวที)….”  พิธีกรยังไม่ทันพูดได้จบ B Free ก็พูดขัดเพื่อแหย่ขึ้นมาว่า “ไม่ใช่ มันไม่ใช่ ‘boonjang’ แต่มันเป็น ‘yeojang’ (ผู้ชายที่แต่งตัวปลอมตัวเป็นผู้หญิง)”

Rap Monster พยายามอธิบายว่าตัวของเขาเองนั้นก็รู้สึกอึดอัดเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกันและพยายามทำตัวให้ชินกับเครื่องสำอางค์อยู่ เขาเข้าใจด้วยว่าทำไมพวกนักร้องแร๊ปจึงพูดถึงเรื่องพวกนี้ เขาพยายามพูดเน้นให้เห็นว่าเขาเข้าใจในทั้ง 2 มุมมอง แต่ B Free พูดสอดขึ้นมาอีกว่า “งั้นจริงๆแล้วคุณอยากจะทำอะไรกันแน่? คุณบอกว่าคุณเข้าใจทั้ง 2 มุมมองและคุณอยากจะทำทั้ง 2 มุมมอง บอกว่าคุณเข้าใจทั้ง 2 มุมมองงั้นคุณอยากจะทำอะไรกันแน่? ถ้าหากคุณบอกว่าคุณอึดอัดและคุณไม่ชอบมัน งั้นคุณอะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำ?”

ในจุดนี้ SUGA จึงเอาไมโครโฟนไปตอบว่า “ผมเพียงแค่อยากจะเข้าถึงผู้คนมากมายด้วยเพลงของผม ผมรู้ว่าเขา [Rap Monster] อยากจะทำอย่างนั้นเช่นกัน … ผมคิดว่าคุณอาจจะเข้าใจเรื่องนี้ผิดไป แต่โดยส่วนตัว ผมอยากที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างใต้ดินกับบนดิน เหตุผลสำหรับเรื่องนี้คือผมเคยอยู่ใต้ดินมาก่อนที่ Daegu และต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมายด้วยตัวของผมเอง ท้ายที่สุดผมก็ได้ปล่อยเพลงและพยายามจะขายมัน แต่ผมขายมันไม่ได้แม้แต่เศษเงิน การทำดนตรีแบบนั้นมันยากลำบากอย่างมาก…”

B Free

B Free

จากนั้น B Free เลยถามว่า “ดังนั้นคุณเลยไปที่กรุงโซลเพราะว่าคุณไม่อยากจะเผชิญกับความยากลำบากงั้นหรอ?” ซึ่งก็ทำให้ SUGA ตอบว่า“ไม่ใช่ มันไม่ใช่แบบนั้น ท้ายที่สุดแล้วผมมาที่กรุงโซลเพราะว่าผมอยากที่จะทำดนตรีต่อไปกับพวกรุ่นพี่ของผม ผมจึงคิดกับตัวผมเองว่ามันคงจะดีถ้าหากผมเริ่มต้นทำให้คนจดจำผมได้มากขึ้น และนั่นจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ผมทำดนตรีกับรุ่นพี่ของผมต่อไปได้” B Free จึงพูดสอดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า “ดังนั้นการเป็นไอดอลคือสิ่งชั่วคราวที่ไว้หาเงิน?” SUGA จึงบอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นและบอกว่าเขามีความสุขที่เขาได้เข้าถึงผู้คนมากมายด้วยดนตรีและเขารู้สึกขอบคุณเกี่ยวกับมัน

จากบรรยากาศที่เริ่มต้นจะ ‘ระอุ’ มากขึ้น ทางพิธีกรจึงพยายามที่จะปิดจบเรื่องนี้โดยดี แต่ดูเหมือนว่า B Free จะยังไม่จบกับการแสดงความคิดเห็นของเขา เขาบอกว่า “ผมไม่ได้พยายามที่จะพูดว่ามันมีหนทางเดียวที่ถูกต้อง แต่จากการที่ผมไม่รู้จัก SUGA หรือ คุณ ‘sultang’ [แปลว่า น้ำตาล (Sugar) ในเกาหลี] และ RapMon และพวกเขาก็ไม่รู้จักผมและบางทีคงจะไม่เคยได้ฟังดนตรีของผมด้วย และผมก็ไม่เคยฟังเพลงของ BTS ผมเพียงแค่มีคำถามบางอย่างที่ผมสงสัยอยู่”

จากนั้นเขาก็ถามเกี่ยวกับว่าสมาชิกวง BTS มารวมตัวกันได้อย่างไร Rap Monster จึงอธิบายว่าทางวงนั้นแรกเริ่มมาจากการเป็นวงฮิพฮอพที่ไม่มีการเต้นเข้ามาประกอบ แต่ในท้ายที่สุดสมาชิกในวงก็เปลี่ยนไปและสมาชิกคนอื่นที่มีความสามารถในด้านอื่นๆก็ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อสร้างวง BTS ที่พวกเรารู้จักกันในทุกวันนี้  B Free จึงแสดงความคิดเห็นว่า “คุณรู้ใช่ไหม เหมือนที่ SUGA พูดมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการที่เขาเผชิญกับความยากลำบากและเขาไม่สามารถหาเงินได้แม้แต่เศษเงิน ก็เช่นกัน นั่นเป็นกรณีของพวกเราทุกคนเหมือนกัน มันเป็นเหมือนกันในทุกๆคน แต่ความแตกต่างนั่นคือคุณจะสามารถทนมันไปจนถึงที่สุดได้รึเปล่า … ผมแค่รู้สึกว่าคุณกับผมคือคนที่น่าจะเดินอยู่ในหนทางเดียวกัน แต่คุณไม่สามารถที่จะทนกับสิ่งล่อใจได้” SUGA จึงตอบกลับไปว่า “ผมไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคุณถึงอธิบายเรื่องนั้นว่าเป็นสิ่งล่อใจ”

พิธีกรจึงพยายาม ‘ตัดจบ’ บทสนทนาอีกครั้งหนึ่ง แต่ B Free ก็พูดสอดขึ้นมาอีกเช่นเคยเพื่อที่จะถามถึงคอนเซปต์ของ BTS กับ ‘O!RUL8.2′ เขาบอกว่า “โอ้ มีบางอย่างที่ผมสงสัย มีใครบางคนบอกกับผมว่ามีวงหนึ่งที่ใช้เพลง ‘Black Skinhead’ ของ Kanye West เป็นเสมือนกับเพลงของตัวเอง ดังนั้นผมจึงไปค้นหาดูและพบว่ามันคือพวกคุณ ผมได้ฟังตัวเพลงและพบว่าจังหวะกับสไตล์การแร๊ปนั้นเหมือนกัน ผมอยากจะรู้ว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น ผมรู้ตัวว่าผมรู้สึกผิดหวังอย่างมากในตอนนั้นผมจึงต่อว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปในโลกออนไลน์ ดังนั้นผมขอโทษเกี่ยวกับมัน แฟนคลับของพวกคุณก็พยายามที่จะบอกกับผมว่าโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงนั้นเป็นคนมิกซ์ให้กับพวกคุณ” Rap Monster จึงตอบว่า “ผมคิดว่าคุณอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นทั้งหมด ใช่ มันถูกมิกซ์มาให้พวกเรา และมันเป็นคอนเซปต์ที่พยายามจะโชว์การเต้นของพวกเรา ท่าเต้นเหล่านั้นมันเป็นท่าเต้นสำหรับเพลงของ Kanye West จริงๆ และพวกเราก็อยากจะใช้เพลงต้นฉบับของเขา แต่เพลงนั้นมีภาษาที่รุนแรงอยู่เยอะมากที่จะไม่สามารถผ่านการตรวจสอบได้ ดังนั้นพวกเราจึงไม่สามารถใช้มันได้ โดยส่วนตัวแล้วผมต้องการที่จะใช้เพลงต้นฉบับนั้น นั่นคงจะกระจ่างมากยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน B Free จะไม่ได้ถูกโน้มน้าวด้วยคำตอบของ Rap Monster นัก จากการที่เขาบอกว่าเขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ให้ความเคารพต่อ Kanye West จะไปยอมรับทำอะไรแบบนั้นและทำเป็นว่าสิ่งนั้นเป็นของตัวเองด้วยการใส่แร๊ปของตัวเองลงไปในเพลง เขายังบอกอีกว่า “สำหรับผมแล้ว มันเป็นเหมือนกับการดูหมิ่นในการที่จะเลียนแบบผลงานจากศิลปินที่คุณชอบและทำเหมือนกับว่ามันเป็นของคุณเอง” Rap Monster จึงขอให้เขาอธิบายเพิ่มเติมให้มากขึ้นอีกว่าเขาหมายความว่าอย่างไรในเรื่อง ‘การเลียนแบบ’ จากการที่พวกเขาเพียงแค่เต้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ B Free กำลังจะตอบ พิธีกรที่มองว่าเรื่องนี้ชักจะ ‘เกินเลย’ ไปแล้วจึงได้ยืนยันให้หยุดการสนทนาโต้เถียงกันซึ่งก็สร้างความหงุดหงิดให้กับ B Free อยู่ไม่น้อย เขายืนกรานว่าเขาเพียงแค่ถามคำถามและฟังคำตอบจากพวกเขาเท่านั้น

เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคำพูดของ B Free นั้นได้สร้างความไม่พอต่อแฟนคลับของ BTS ที่ไปปรากฏตัวในงานดังกล่าวอย่างมาก แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเขาพูดอะไรเนื่องมาจากว่าเรื่องนี้ถูกบอกกันมา ‘ปากต่อปาก’ ในกลุ่มแฟนคลับ แต่จากการที่เรื่องนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว แฟนคลับของ BTS จึงแสดงอาการ ‘โกรธเคือง’ กันอย่างมากต่อ B Free ใน Social Media ของเขา โดยเรียกร้องให้เขาออกมากล่าวคำขอโทษต่อสิ่งที่เขาได้พูดไป

นอก เหนือจากนั้น ทางโปรดิวเซอร์ของวง BTS อย่าง Bang Shi Hyuk (บัง ชิฮยอก) ก็ได้ทวีตข้อความที่ดูเหมือนจะเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ว่า “ผมคิดว่าการพูดความคิดที่อยู่ในหัวของคุณนั้นเป็นเจตคติขั้นพื้นฐานของฮิ พฮอพ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นแนวเพลงอะไร คุณควรที่จะรู้ถึงเวลาและสถานที่ไม่ใช่หรือว่ามันเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม!? มันเป็นปาร์ตี้ของอีกคนหนึ่งเพื่อฉลองครบรอบ 1 ปี ถ้าหากคุณไม่สามารถเก็บสิ่งที่คุณอยากจะพูดไว้กับตัวเองได้ มันจะดีกว่าไม่ใช่หรือที่คุณจะไม่ต้องไปร่วมงานเลย”

และแทนที่จะเงียบ ไปกับสถานการณ์นี้ B Free ได้พยายามออกมาอธิบายต่อแฟนคลับที่กำลังโกรธเคืองและรุมทวีตเข้าไปใน Twitter ของเขา โดยการบอกว่ามันเป็นเพียงธรรมชาติของเขาที่จะแหย่เล่นเท่านั้น โดยเขาเขียนไว้ว่า “โชคดีอย่างแท้จริงจากที่ไม่มีคนรู้จักและมีผู้คนพูดถึงตัวผมกัน มันเพียงจะทำให้ผมอยากทำงานให้หนักขึ้นและสร้างดนตรีที่ดีขึ้นและบางที่ผม อาจจะสามารถเป็นคนที่ดีขึ้นได้ด้วย ผมเพียงแค่นำเรื่องจากในมุมมองของผมมาพูดให้ดูตลกเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้ชาย จะแต่งหน้าแล้วเต้นเหมือนกับ Lady Gaga ผมเพียงแค่หยอกล้อเล่นก็แค่นั้น”

และ หลังจากที่ B Free รีทวีตคอมเม้นท์บางส่วนของแฟนคลับที่กำลังโกรธเคืองและตอบโต้ทวีตเหล่านั้น อย่างตลกโปกฮา เขาก็ทวีตว่า “อ่า วันนี้เป็นวันที่สนุกเพลิดเพลินจริงๆ! กับความเป็นจริงที่ว่าผมมีผลอย่างมากต่อคนมากมายพวกนี้! อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณยังคงคิดอย่างจริงจังถึงสิ่งที่ผมพูดไปนานเกินกว่า 20 นาที ผมขอแนะนำคุณอย่างจริงใจเลยว่าให้คุณไปหาแฟนซักคนเสียเถอะ”

เขายังได้ นำเรื่องนี้ไปโพสบน Instagram ของเขาด้วย โดยเขาได้อัพโหลดรูปของแฟนคลับวง BTS ที่ไปร่วมงาน และเขียนข้อความไว้ว่า “ใจเย็นๆนะ…”

ที่มา: http://kpop-th.com, popcornfor2

ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวดาราเกาหลีซีรีย์เกาหลีนักร้องเกาหลี, เรื่องย่อซีรีย์เกาหลี,  ข่าวบันเทิงเกาหลี 2013

- 2013-11-25 10:04:44 โพสต์โดย : Ah Jong คนอ่าน 3,372 คน