โดดเดี่ยวในกระแสน้ำเชี่ยว ‘กิมจิ’

พัคยงฮา (Park Yong Ha)

พัคยงฮา (Park Yong Ha)

ปาร์ค ยองฮา นักแสดงและนักร้องวัย 32 ปี กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากท่ามกลาง กระแสกิมจิ หรือ โคเรียน เวฟ ที่ถาโถมอุตสาหกรรมบันเทิงเอเชีย

ชื่อ เสียงของเขาโด่งดังพร้อมกับภาพยนตร์เรื่อง Winter Sonata ที่ออกฉายเมื่อปี 2545 และกำลังจะมีผลงานใหม่เรื่อง Love Song ทั้งยังมีคิวแสดงคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นปลายเดือนนี้

แต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดาราหนุ่มผู้ดูเหมือนมีทุกอย่างเพียบพร้อม ก็กลายเป็นศพในอพาร์ตเมนต์ โดยชัดเจนว่าเขาฆ่าตัวตาย การเสียชีวิตของดาราหนุ่มทำให้แฟนทั่วโลกช็อค และนับเป็นคนดังรายล่าสุดที่ปลิดชีพตัวเอง

โดย ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2551 ชอยจินซิล ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น ดาราสาวของประเทศ ก็แขวนคอตายขณะมีอายุเพียง 29 ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน อัน แจฮวาน นักแสดงและดาราตลกวัย 36 เสียชีวิตในรถยนต์และชัดเจนว่าฆ่าตัวตาย และเมื่อปี 2548 ลี อุนจู นักแสดงและนางแบบสาววัย 24 ก็ปลิดชีพตัวเอง

หากหันไปมองนอกวงการบันเทิง ก็มี อดีตประธานาธิบดีโรห์ มูยุน ที่กระโดดหน้าผาตายเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ขณะที่ ปาร์ค ยองโอ อดีตประธานดูซาน กรุ๊ป บริษัทเครือเก่าแก่ที่สุดของเกาหลีใต้ ปลิดชีพตัวเองเมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีเดียวกัน

เหตุผล ที่ทำให้คนดังพากันปลิดชีพมีแตกต่างกัน อย่างรายของดาราหนุ่มปาร์คนั้น สื่อรายงานว่าหดหู่กับการที่บิดาเป็นมะเร็ง ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโรห์ถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชัน แต่สภาพการณ์นี้ก็สะท้อนปัญหาในวงกว้างของแดนโสมขาว

โดย เมื่อปีที่แล้ว เกาหลีใต้มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในบรรดา 31 ประเทศมั่งคั่งในองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ด้วยจำนวนผู้ฆ่าตัวตายประมาณ 22 คนจาก 100,000 คน โออีซีดีตั้งข้อสังเกตด้วยว่าอัตราการฆ่าตัวตายในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่าง รวดเร็ว ทั้งที่ในชาติอื่นของโออีซีดีมีอัตราลดลง เช่น อัตราฆ่าตัวตายในหมู่ผู้ชายเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าระหว่างปี 2533-2549

โออีซีดีชี้ว่าสาเหตุที่ทำให้ การฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น มาจากความเป็นกลุ่มก้อนในสังคมและประเพณีดั้งเดิมของการสนับสนุนกันในครอบ ครัวลดลง ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ศาสตราจารย์ลี มินซู ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกาหลี สนับสนุนแนวคิดนี้และมองว่าการฆ่าตัวตายสูง เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่มาพร้อมการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และวัฒนธรรมไม่สามารถปรับตัวตามได้ทัน

ลี อุนจู (LEE EUN JOO)

ลี อุนจู (LEE EUN JOO)


เมื่อ ทศวรรษ 60 สังคมโสมขาวยังคุ้นเคยกับประเพณีดั้งเดิมในชนบท ซึ่งคน 3 ชั่วอายุคนมักอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวอยู่ในระดับเดียวกับประเทศยากจนทั้งหลายใน เอเชีย แต่นับจากนั้นเกาหลีใต้ก็มีเสรีภาพทางการเมืองและการค้า รวมถึงความเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค จนทำให้โสมขาวเป็นหนึ่งในประเทศมั่งคั่งที่สุดในโลก

แต่ ขณะที่ มหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจ ถาโถมประเทศให้มีความร่ำรวยมากขึ้น โครงสร้างดั้งเดิมทางสังคมก็แตกสลายลง ส่งผลให้ครอบครัวมีขนาดเล็กลง ราคาบ้านสูงขึ้น ระบบจ้างงานตลอดชีพหายไป มีการแข่งขันหางานกันอย่างดุเดือด และมีคนติดแอลกอฮอล์มากขึ้น

รัฐบาลรายงาน อัตราหย่าร้างเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าช่วงปี 2532-2552 ขณะที่ขนาดครัวเรือนลดลงอย่างรวดเร็วจากที่เคยอยู่ร่วมกันหลายรุ่นในหลังคา เดียวกัน ก็เหลืออยู่แค่ 3 คนในหลังคาเดียวกัน

นี่เป็นสิ่งที่เราต้องเสียไปสำหรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจแบบไม่ยั่งยืน ศาสตราจารย์ลีระบุ

?อิทธิพลจาก ฮั่น
ขณะ ที่ ศาสตราจารย์วาง ซันมิน แห่งภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยยอนไซ กล่าวว่าปัญหายังเกี่ยวโยงไปถึงแนวคิดแบบ ฮั่น ของเกาหลีใต้ ที่เชื่อมโยงถึงอารมณ์อัดอั้นและการหาทางออกไม่ได้ยามเผชิญสถานการณ์ยาก ลำบาก ฮั่นฝังลึกในสังคมอย่างมากและเชื่อมโยงกับความหดหู่ โดยเมื่อสถานการณ์เลวร้ายและคนไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้ ก็มักรู้สึกอัดอั้น ยอมแพ้ และหาทางออกแบบสุดขั้ว

คัง โดยุน แห่งภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยการแพทย์โซล ชี้ว่าปัจจัยทั้งหลายแหล่อาจรุนแรงมากขึ้นในหมู่คนดัง ซึ่งมักตกเป็นเป้าสายตาสาธารณชนตลอดเวลาและพบว่าเป็นการยากมากที่จะซ่อน อารมณ์ความรู้สึก ขณะที่ปัญหาของพวกเขาถูกขุดคุ้ยออกมารายงานตามสื่อต่างๆ ให้ทราบกันทั่ว

คังยังชี้ถึงการตีข่าวการ ฆ่าตัวตายของคนดัง ว่าอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีอัตราการปลิดชีพสูง แม้เป็นการยากที่จะเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้าด้วยกัน แต่ศาสตราจารย์ลีชี้ว่าการรายงานข่าวคนฆ่าตัวตายอย่างละเอียด เป็นสิ่งที่น่าวิตก

ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 4 สำหรับชาวเกาหลี รองจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคลมปัจจุบัน

สมาคม ป้องกันการฆ่าตัวตายจึงร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรณรงค์ให้คนตระหนักถึงปัญหานี้ และดำเนินความพยายามแก้ปัญหา แม้ยูน แดฮุน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอกของสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตาย ระบุว่าปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขอย่างง่ายๆ ก็ตาม

เรากำลังพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องทำอีกหลายสิ่ง สังคมเกาหลีใต้ต้องเปลี่ยนแปลงที่แก่น ยูนระบุ

การ เคลื่อนไหวเมื่อเร็วๆ นี้ของทางสมาคมคือการร่วมมือกับตำรวจ และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อระดมอาสาสมัครหลายร้อยคนทำหน้าที่ติดตามบอร์ดแสดงความเห็นตามเวบไซ ต์ต่างๆ รวมถึงเวบเกี่ยวเนื่องกับการฆ่าตัวตาย

การ วิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดระบุว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก แต่สิ่งนี้ไม่ได้หมายถึงการสื่อสารที่ดีเสมอไป เพราะนักสังคมวิทยาบางคนชี้ว่าวัยรุ่นเกาหลีใต้โดดเดี่ยวมากขึ้น เพราะมีปฏิสัมพันธ์เบื้องต้นทางระบบออนไลน์นั่นเอง

แถมบางครั้งยังใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด อย่างการรวมตัวกันทางออนไลน์เพื่อพูดถึงวิธีฆ่าตัวตาย

(หมายเหตุ : เรียบเรียงจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล)

ข้อมูลจาก
http://www.bangkokbiznews.com

คลิกติดตามข้อมูลข่าวสารของทางเว็บไซต์ได้ที่ FANPAGE